คุกยังเป็นพิพิธภัณฑ์ ที่ Abashiri

คุกตอนเหนือของเกาะฮอกไกโด

โดย Tippawan Sirikoon   17 เม.ย. 2557

Abashiri Prison Museum  ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำ Abashiri และ ภูเขา Shancho สร้างด้วยก้อนอิฐสีแดง โดยประตูทางเข้าหลัก ถูกเรียกว่า Red Brick Gate สำหรับประวัติความเป็นมาก็เริ่มต้นเมื่อปี ค.ศ.1890 ในยุคสมัยเมจิ ที่ทางการญี่ปุ่นส่งนักโทษจำนวน 1,200 คน และผู้คุมอีก 173 มาประจำที่เมือง Abashiri จึงสร้างคุกขึ้นมาเพื่อให้เป็นที่อยู่ของเหล่านักโทษ เพื่อให้ทำการก่อสร้างทางรถไฟสายหลักให้ทั่วทั้งเกาะฮอกไกโด ที่นี่เป็น 1 ใน 5 แห่งที่นักโทษได้มาทำการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคทั่วทั้งเกาะฮอกไกโด และเมื่อดำเนินการเสร็จก็เลยเก็บสถานที่แห่งนี้ไว้เป็นพิพิธภัณฑ์ จนเวลาล่วงเลยมาร่วม 120 ปีแล้วนะที่กลุ่มคนเหล่านี้มีส่วนทำให้เกาะแห่งนี้เจริญรุ่งเรือง และอีกเหตุผลหนึ่งที่ปรับเปลี่ยนให้เป็นพิพิธภัณฑ์เพราะต้องการให้เห็นว่าการที่จะทำให้ทั่วทั้งเกาะเจริญรุ่งเรืองได้ถึงเพียงนี้ต้องผ่านความยากลำบากขนาดไหน เปรียบเสมือนอนุสรณ์ให้ผู้คนระลึกถึงเหล่านักโทษและผู้คุมผู้เสียสละ และเปิดให้เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง (Open Air Museum) ในปี ค.ศ. 1985

ที่นี่ต้องซื้อบัตรเข้าชมคนละ 1,050 เยน ทางเข้าไปยังบริเวณพิพิธภัณฑ์เป็นทางเดียวกับทางที่นักโทษในยุคก่อนต้องเดินเข้า – ออก จากที่จอดรถต้องเดินข้ามสะพานไม้ที่สร้างคล่อมสระบัวที่เป็นปลายสายของแม่น้ำ Abashiri น้ำใสแจ๋วเหมือนกระจกจนมีชื่อว่า Mirror Bridge ที่เค้ามีสระบัวใต้สะพานเพราะมีเจตนาให้นักโทษได้มองเห็นเงาสะท้อนของตัวเอง เพื่อเตือนสติตัวเองและให้เปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนดีเพื่อที่จะไม่ต้องกลับเข้ามาในนี้อีก จากข้อมูลบอกไว้ว่าสะพานแห่งนี้มีการซ่อมแซมมาแล้ว 4 ครั้ง ตั้งแต่ใช้งานมาร่วม 120 ปี

พอผ่านเข้ามาถึงประตูทางเข้าหลัก หรือ Red Brick Gate บรรยากาศภายในเค้าสร้างให้ดูไม่น่ากลัวว่าเป็นคุก เพราะเค้าปลูกต้นไม้ไว้เยอะแยะ ทำให้เหมือนว่าเราเข้าเดินเที่ยวในสวนสาธารณะ จุดแรกที่เข้าไปเป็นอาคารอำนวยการที่จัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ ภาพปั้นหุ่นจำลองการสอบปากคำ ในบริเวณพิพิธภัณฑ์นี้มีอาคารคุมขังทั้งหมด 5 หลัง เป็นอาคารคุมขังเดิมที่ย้ายเข้ามาอยู่ในนี้ด้วย และยังมีอาคารเก็บอาหาร เก็บพืชผัก เก็บซอสเค้าตั้งชื่อว่า Miso Soy Sauce Warehouse อาคารพิพากษา โรงอาบน้ำ และที่สำคัญคือเค้ามีฟาร์มเพื่อให้ทำการเกษตรเองด้วยนะ ในห้องและอาคารต่าง ๆ ก็จะมีการปั้นหุ่นจำลองไว้แสดงให้คนมาชมได้เห็นว่าการใช้ชีวิตภายในคุก Abashiri เป็นอย่างไรบ้าง มีทั้งห้องสอบสวน จำลองห้องนอนของนักโทษ ห้องพิพากษา เห็นอย่างนี้แล้วทำให้คนที่มาชมไม่อยากทำความผิดแน่นอน

Was this article helpful?

รายงานข้อผิดพลาด

0
0
Tippawan Sirikoon

Tippawan Sirikoon @Tippawan Sirikoon

ฉันเป็นนักเดินทางตั้งแต่เด็กจนตอนนี้อายุปาเข้าไปเลข 5 แล้ว แต่ยังชอบเดินทางอยู่เลย สมัยยังมีเรี่ยวมีแรงก็เที่ยวป่าเที่ยวเขา เที่ยวทะเล  จนมีคำพูดติดปากว่า “หนาวขึ้นเหนือ ร้อนลงใต้” และยังเป็นนักกีฬาจึงทำให้มีโอกาสเดินทางเยอะ ทั้งในและต่างประเทศ จนเมื่ออายุ 30 ปี ก็ได้ทุนของสำนักงานส่งเสริมเยาวชนแห่งชาติ ร่วมกับ องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ JICA เข้าร่วมโครงการมิตรภาพสำหรับศตวรรษที่ 21 ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นโครงการมิตรภาพเยาวชนอาเซียน – ญี่ปุ่น   เดินทางไปร่วมกิจกรรมที่ประเทศญี่ปุ่นในนามของกลุ่มผู้นำเยาวชน เป็นเวลา 1 เดือน เพราะตอนนั้นฉันเป็นโค้ชบาสเกตบอล จึงได้รับการคัดเลือก  และตั้งแต่นั้นมาฉันก็ชื่นชอบและหลงรักประเทศญี่ปุ่น เพราะความมีระเบียบวินัยของผู้คน  การเก็บรักษาวัฒนธรรมและประเพณีไว้ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้  นอกจากนี้อาหารการกินก็ไม่แตกต่างจากบ้านเรามากนัก และจนถึงปัจจุบันฉันก็ยังวางแผนการเดินทางไปญี่ปุ่นทุกปี และส่วนใหญ่จะขับรถเที่ยวเองด้วย  ตามไปเที่ยวกันเลยนะคะ

แสดงความคิดเห็น