เกาะสวรรค์-มิยาจิม่า

เสาโทริอิที่ศาลเจ้าอิซึคุชิมะในยามเย็น สวยจนแทบลืมหายใจ

โดย Rungsinee Chaiyakoon   31 มี.ค. 2557

"มิยาจิม่า" แปลว่า "เกาะที่มีศาลเจ้า" ในสมัยโบราณ เกาะแห่งนี้รู้จักกันดีในอีกชื่อหนึ่งว่าเกาะ "อิซึคุชิม่า" ที่แปลว่า "เกาะต้องห้าม" เมื่อเอาชื่อทั้ง 2 ชื่อมารวมกัน จะได้คำจำกัดความง่ายๆ ของมิยาจิม่าว่าเป็น “เกาะที่มีศาลเจ้าซึ่งห้ามคนเข้า” ในสมัยก่อน นอกจากกวางที่เชื่อกันว่าเป็นผู้ส่งสารของพระเจ้าที่เดินกันขวักไขว่บนเกาะมิยาจิม่าแล้ว แทบจะไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ย่างกรายเข้าไปในเขตนั้นเลย

เกาะมิยาจิม่านับเป็นเกาะศักดิ์สิทธิ เพราะเป็นสถานที่ตั้งของศาลเจ้าและวัดชินโตสำคัญๆ หลายแห่ง คนญี่ปุ่นเชื่อกันว่าเขามิเซ็ง ภูเขาที่สูงที่สุดบนเกาะเป็นที่อยู่ของพระเจ้าด้วย ฉะนั้น ในสมัยก่อน มนุษย์ที่อาศัยอยู่บนเกาะต้องตั้งบ้านเรือนให้ห่างออกจากบริเวณศาลเจ้า หญิงท้องแก่ใกล้คลอดและคนแก่ที่ใกล้ตายก็ต้องออกไปจากเกาะ เพราะการเกิดแก่เจ็บตายของมนุษย์จะทำให้เกาะอันบริสุทธิ์เปื้อนมนทิน

ศาลเจ้า "อิซึคุชิม่า" คือศาลเจ้าที่สำคัญที่สุดบนเกาะ ไทระ โนะ คิโยโมริ ผู้นำการการเมืองคนสำคัญของประเทศญี่ปุ่นในสมัยเฮอัง ได้มีคำสั่งให้สร้างศาลเจ้าแห่งนี้ขึ้นมาเมื่อประมาณช่วงศตวรรษที่ 11 เพื่อเป็นศาลเจ้าประจำตระกูลไทระ ตัวศาลเจ้ามีลักษณะเหมือนท่าเรือ จุดเด่นที่สุดคือประตูทางเข้าวัด หรือเสาโทริอิขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางน้ำ

ในสมัยโบราณ คนจากนอกเกาะที่ต้องการเดินทางมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิบนเกาะ สามารถมาได้เพียงทางเรือเท่านั้น และผู้มาเยือนต้องนั่งเรือลอดเสาโทริอิกลางน้ำเพื่อขึ้นเกาะทางศาลเจ้าอิซึคุชิม่าและเดินตามทางขึ้นเขาไปเพื่อบูชาพระเจ้าบนเขามิเซ็ง

เสาสีส้มที่มีขาตั้งอยู่ 6 ขาเพื่อรองรับน้ำหนักประมาณ 60 ตันของเสาโทริบนเกาะมิยาจิม่าแห่งนี้ "ตั้ง" อยู่กลางน้ำ ไม่มีการเจาะเสาเข็มฝังดิน นับตั้งแต่สร้างเสาโทริอินี้ขึ้นมาเป็นครั้งแรกในช่วงศตวรรษที่ 11 ตัวเสาก็สึกกร่อนไปตามเวลา และมีล้มไปหลายครั้งจากภัยธรรมชาติ แต่พลังความศรัทธาของคนญี่ปุ่นมีมากกว่าพลังความกราดเกรี้ยวของธรรมชาติ ทุกครั้งที่เสาโทริอิได้รับความเสียหาย มันจะได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ทุกครั้ง โดยช่างฝีมือท้องถิ่นซึ่งได้รับความรู้ด้านการซ่อมแซมสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นมาจากรุ่นพ่อรุ่นปู่

ภาพเสาโทริอิของศาลเจ้าอิซึคุชิม่าบนเกาะมิยาจิม่าและท้องฟ้าสีส้มยามพระอาทิตย์ตกดินในช่วงเย็นย่ำ มันช่างสวยจนแทบจะลืมหายใจ สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นทิวทัศน์ที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น

ลอเรนส์ บินยอน กวีคนสำคัญชาวอังกฤษผู้มีชีวิตอยู่ในช่วงปีค.ศ. 1869-1943 ได้เคยแต่งบทกลอนเกี่ยวกับเกาะมิยาจิม่าเอาไว้บทหนี่งด้วย โดยลงท้ายว่า "....จริงอยู่ ว่าห้ามไม่มีการตายบนเกาะอันศักดิ์สิทธินี้ กระนั้น ฉันก็หวังว่าลมหายใจเฮือกสุดท้ายของฉัน จะหายไปพร้อมกับเสียงกระซิบของเกลียวคลื่นบนเกาะอย่างสงบสุข"

----

การเดินทางที่ง่ายที่สุดคือนั่งรถไฟสายเจอาร์ ซันโยจากสถานีฮิโรชิม่า มาลงที่สถานีมิยาจิม่ากุจิ ใช้เวลาประมาณ 25 นาที และนั่งเรือข้ามฝากจากท่าเรือเฟอร์รี่ไปที่เกาะมิยาจิม่าอีก 10 นาที (ใช้บัตรเจอาร์ เรล พาสได้)

ถ่ายภาพโดย Rungsinee Chaiyakoon
สมาชิก JapanTravel