ศาลเจ้าอิซึคุชิมะ

หนึ่งในสามทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดในญี่ปุ่น

โดย Nawan Junhasiri   16 เม.ย. 2557

โทริอิ (Torii) ซุ้มเสาไม้สีแดงต้นใหญ่ สัญลักษณ์ทางเข้าสู่เขตแดนอันศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้าในศาสนาชินโต ซึ่งหน้าศาลเจ้าในประเทศญี่ปุ่นเราจะพบโทริอินี้อยู่เสมอไม่ต่างกับกำแพงเสมาของวัดในไทยเรานี่เอง แต่ในบรรดาโทริอินับพันนับหมื่นของญี่ปุ่น จะมีแห่งใดที่พิเศษไปกว่า”โอโทริอิ”(Otorii) หรือโทริอิกลางน้ำของศาลเจ้าลอยน้ำอิซิคุชิมะ(Itsukushima Jinja) แห่งเกาะมิยาจิม่า (Miyajima)
 ภาพของเสาสีแดงสดใสตัดกับผืนทะเลสีครามเข้มนี้เป็นภาพที่น่าจะคุ้นเคยตาหลายๆคนที่อยากไปเที่ยวญี่ปุ่นดี เพราะได้ปรากฏให้เห็นตามสื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นมากมายหลายสื่อ เหมือนเป็นสัญลักษณ์หนึ่งในการท่องเที่ยวญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ เสาโทริอิกลางน้ำและศาลเจ้าอิซึคุชิมะ หรือที่บางคนเรียกว่าศาลเจ้ามิยาจิมะนั้นตั้งอยู่บริเวณเกาะมิยาจิม่า จังหวัดฮิโรชิม่า ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลให้เป็นไม่ให้ใครย่างเท้าลงบนเกาะเด็ดขาดเพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของเกาะไว้ ดังนั้นเมื่อมีการสร้างศาลเจ้าขึ้นมาเพื่อบูชาสุซาโนโอะ โนะ มิโคโตะ (Sosano-o no mikoto) เทพแห่งพายุและท้องทะเล และบูชาอามาเทราสุ (Amaterasu)เทพีแห่งดวงอาทิตย์ คนสร้างจึงเกิดไอเดียให้สร้างศาลเจ้าที่มีลักษณะยื่นออกมาจากตัวเกาะคล้ายแพ เพื่อที่คนจะได้ไม่ต้องเกยียบลงบนเกาะ และสร้างเสาโทริอิขนาดใหญ่ไว้กลางน้ำ เป็นซุ้มประตูให้คนแล่นเรือลอดผ่านสู่แดนศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้า จึงเป็นที่มาของเสาโทริอิและศาลเจ้าลอยน้ำแห่งนี้นี่เอง

 ตัวศาลเจ้าอิซึคุชิมะนี้ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 แต่มีลักษณะสถาปัตยกรรมของแบบที่นิยมสร้างในช่วงศตวรรษที่ 12 มีจุดเด่นตรงที่ถูกสร้างให้ยื่นออกมาในทะเล ในวันที่น้ำทะเลขึ้นสูงจะมองเห็นเหมือนกับว่าตัวศาลลอยอยู่บนเหนือท้องทะเลจริงๆ แต่ในวันที่น้ำลงจะเห็นตัวธานของศาลเจ้าที่ถูกยึดไว้ ตัวศาลมีสีแดงชาดสดใส ประกอบด้วยอาคารหลาบหลังที่ถูกเชื่อมเข้าด้วยกันด้วยทางเดินที่ยาวราวๆ 300 เมตร เมื่อมองออกไปจะเห็นทิวทัศน์ทะเลและแนวเกาะสวยงามมาก เมื่อมาถึงแล้วไม่ควรพลาดที่จะมีเดินเล่นภายในศาลเจ้าสักพัก ในบางวันที่ระดับน้ำลดลงต่ำ สามารถเดินไปถึงเสาโทริอิได้ ผู้คนมักจะนิยมเดินไปที่ประตูศาลเจ้าและวางเหรียญไว้ที่รอยแตกเพื่ออธิษฐานขอพรกัน หากมีเวลาแนะนำให้รอถึงช่วงเย็นเพื่อชมภาพของเสาโทริอิกลางน้ำในตอนที่ตะวันตกกำลังจะดิน สวยงามน่าประทับใจอย่างที่หาชมที่ไหนไม่ได้อีก หรือในตอนกลางคืนก็จะมีการเปิดไฟส่องที่เสาให้ชมกัน ถือว่าสวยงามแปลกตาไปอีกแบบ ปัจจุบันศาลอิซึคุชิมะเจ้าได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี 1996 จากองค์การยูเนสโก(UNESCO) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับวิธีการเดินทางมายังเกาะมิยาจิมะ สามารถนั่งรถไฟมาลงที่สถานีมิยาจิมะงุจิ (Miyajimaguchi) แล้วต่อเรือเฟอรี่JRมาลงที่เกาะมิยาจิม่า (ถ้าใช้ JR Pass สามารถใช้ JR pass ขึ้นได้ ไม่เสียค่าโยสาร) เมื่อถึงเกาะแล้วเดินตามทางไปอีกราวๆ 900 เมตรจะถึงศาลเจ้าอิซึคุชิมะ ค่าเข้าชมศาลเจ้า 300 เยน

เขียนโดย Nawan Junhasiri
สมาชิก JapanTravel

แสดงความคิดเห็น