ถนนคุมาโนะเก่า แหล่งมรดกโลก

.

โดย Chris Glenn   

มันมักจะมีรังสีลึกลับบางอย่างตลอดเส้นถนนคุมาโนะเก่าซึ่งคดเคี้ยวผ่านป่าโบราณกับภูเขาทางใต้จากอิเสะ จินงุที่เป็นแดนประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของญี่ปุ่น ซึ่งมีศาลเจ้าที่ได้รับความเลื่อมใสมากที่สุดในบรรดาศาลเจ้าสามแห่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่พักอาศัยของเหล่าเทพเจ้าได้แกคุมาโนะ ฮองกุ ไทฉะ, คุมาโนะ นาชิ ไทฉะ และคุมาโนะ ฮายาจามะ ไทฉะ

ถนนเก่าสายนี้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นแหล่งมรดกโลกในค.ศ. 2004 และเป็นหนึ่งในเส้นทางจาริกแสวงบุญอันยิ่งใหญ่ของโลกเมื่อราว ๆ สมัยเฮย์อันตอต้น (ศตวรรษที่แปด) แต่น่าจะยาวนานกว่านั้นอีก เหล่าผุ้แสวงบุญทุกระดับชนชั้น ทั้งเชื้อพระวงศ์ตระกูลจักรพรรดิและชนชั้นสูง ซามูไร ช่างฝีมือ ชาวนา พ่อค้า และนักพรตภูเขาที่เหมือนนักรบ ต่างใช้ยามาบุชิเป้นเส้นทางสำหรับสวดภาวนาและชำระล้างจิตใจในป่าของภูเขาคิอิระหว่างศาลเจ้าใหญ่ที่อิเสะกับสามศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์

เส้นทางโบราณระหว่างแหลมคิอิของจังหวัดมิเอะได้มีการราดหินเรียบเป็นบางช่วงเพื่อช่วยบรรเทาความลำบากจากการเดินของผุ้แสวงบุญนับพันชีวิตและเพื่อลดการผุพังของเส้นทาง การที่ต้องขุดพื้นครั้งมโหราฬกอนปูทางหินลงนั้นน่าทึ่งมาก แม้ว่าในปัจจุบันจะไม่ค่อยมีใครใช้แล้ว แต่คุณอาจได้พบกับนักแสวงบุญรุ่นใหม่แต่ชุดคล้ายกิโมโนสีขาวหลวม  ๆ กับหมวกฟางรูปกรวยและไม้เท้ายาว หรืออาจะเป็นนักแสวงบุญแบบดั้งเดิมแท้ของยามาบูชิที่เดินทางไปกลับระหว่างศาลเจ้าแห่งยิ่งใหญ่ เป็นนักแสวงบุญรุ่นใหม่ หรือวิญญาณจากอดีต? มันก็ยากที่จะบอก ถนนเกือบตลอดสายเต็มไปด้วยบรรยากาศวังเวงรอบตัวขณะเดินผ่านเข้าไปในบรรดาต้นไม้ทึบ และอยู่ใต้เงาของต้นไม้ยักษ์เหนือศีรษะ แต่คุณจะสัมผัสได้ถึงประวัติศาสตร์และความอัศจรรย์แห่งธรรมชาติเืกอบตลอดเส้นทางขณะเดินผ่านแผ่นหิมที่ตะไคร่ขึ้นคลุมในป่าดึกดำบรรพ์กับลำธารและน้ำตก แล้วคุณก้จะพบว่าตัวเองอยู่ในสภาวะคล้ายเซนจากการออกแรงกายและอากาศบริสุทธิ์ของขุนเขา

รูปปั้นหินของพุทธศาสนิกชนจิโสะตั้งอยุ่ลอดเส้นทาง แล้วก็ยังมีศาลเจ้ากับวัดเล็ก ๆ ด้วย ส่วนใหญ่ศาลเจ้าจะเกี่ยวข้องกับศาสนาชินโต ในขณะที่วัดจะเป็นของพุทธศาสนานิกายต่าง ๆ แต่ตอนที่มีการสร้างถนนคุมาโนะ ทั้งสองสิ่งได้มารวมกัน นั่นคือศาลเจ้าเล็กจะเป็นที่ประดิษฐานเทพเจ้าของทั้งพุทธกับชินโต จนกระทั่งอีกหลายร้อยปีต่อมาที่ได้มีการแยกสองศาสนาออกจากกัน นอกจากวัดและศาลเจ้าเล็กที่กระจายอยู่่ทั่วเส้นทางแล้ว ก็ยังมีจุดแวะพักและโรงแรมสำหรับนักท่องเที่ยวที่เหนื่อยล้าด้วยเช่นกัน และบางจุดก็ยังมีบ่อน้ำร้อนออนเซนที่เป็นแหล่งบรรเทาความปวดและเมื่อยล้าได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศหนาวเย็น

ส่วนใหญ่คนในปัจจุบันเลือกที่จะเดินเพียงระยะสั้น ๆ ในเส้นทางที่ยาว 300 กิโลเมตร จุดเริ่มต้นที่เหมาะสมควรเป็นจากศาลเจ้าใหญ่ที่อิเสะ แล้วลงมาทิศใต้สู่คุมาโนะ เส้นทางยอดนิยมอีกแห่งคือมาโกเสะ-โทเกะ อยู่ระหว่างเมืองมิยามะ-โชกับโอวาเสะ เป็นทางหินยาวสองกิโลเมตรที่มีตะไคร่น้ำขึ้นคลุมผ่านป่าไซปรัสที่เต้มไปด้วยเฟิร์นที่มุ่งสู่เทนงุระ-ซัน หินก้อนใหญ่ที่มีวิวอันสวยสุดยอดของโอวาเสะับสวนสาธารณะมาโงเสะ โคเอน ที่ขึ้นชื่อเรื่องดอกซากุระ

ไม่ว่าจะในเส้นทางไหน เพียงแค่เริ่มออกเดินในหนึ่งนาทีคุณก็จะรู้สึกว่ากาลเวลาได้ไหลย้อนกลับ ความเป็นโลกปัจจุบันเลือนหายไป กลายมาเป็นว่าตัวเองอยู่ในหน้าตำราประวัติศาสตร์ของแดนญี่ปุ่น บริเวณนี้ทั้งตัดขาดจากโลก ถูกประกบด้วยภูเขาและมหาสมุทรซึ่งไม่มีใครเข้าไปแตะต้องมาหลายร้อยปี

วิวจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล และแม้ว่าในฤดูหนาวจะยะเยือกไปถึงกระดูก แต่กลับไม่ค่อยมีหิมะตกเลย ฤดูร้อนนั้นอบอ้าวมาก ๆ ส่วนฤดูฝนก็จะฝนตกหนักที่สุดในญี่ปุ่น เพราะฉะนั้นควรวางแผนมาในฤดูอื่น

เลือกเส้นทางให้ดี ๆ ถนนยาว 300 กิโลเมตรของคุมาโดะบางช่วงจะเป็นภูเขาและหุบเขาที่เดินผ่านได้ลำบากและต้องใช้พลังมาก เพราะฉะนั้นถ้าหากคุณไม่ได้ทรหดสุด ๆ หรือเป็นนักปีนเขาที่โชกโชนซึ่งมีความสนใจในวัฒนธรรมศาสนาที่น่าค้นหากับกับมีเวลาว่างเยอะและใช้ภาษาญี่ปุ่นได้คล่องแคล่วแล้วล่ะก็ ควรจะใช้เส้นทางที่สั้นและเรียบง่ายน่าจะดีกว่า

ถ้าจะท่องเที่ยวแบบเต็มเส้นทางน่าจะใช้เวลาราวหนึ่งถึงสองอาทิตย์ แต่เพราะเส้นทางนั้นอยู่ใกล้กับรางรถไฟและถนนยุคปัจจุบัน ดังนั้นลองทั้งเดิน นั่งรถไฟ และใช้รถแล่ผ่านถนนก็น่าจะเข้ากับเวลาของคุณได้อย่างลงตัว

สามารถตั้งแคมปืได้ตลอดสาย แม้จะไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แผนที่ทางรถไฟจะบอกต่ำแหน่งที่ตั้งแคม์และสิ่งอำนวยความสะดวกไว้ให้ แต่จริง ๆ ก้ควรพักที่โรงแรมแม้ราคาจะแพงหน่อย มีลิงค์เว็บไซด์ด้านล่างอยู่เป็นจำนวนมากเพื่อความสะดวก

แม้ว่าจะได้รับกำหนดให้เป็นแหล่งมรดกโลกในปี 2004 แต่คนที่พูดอังกฟษกับข้อมูลภาษาอังกฤษกลับไม่ค่อยมี ทำให้บรรยากาศยิ่งโบราณเข้าไปอีก คุณจะได้ปีนขึ้นเชาชันตลอดเส้นทางที่ไม่ค่อยมีคนได้ใช้ เราจึงแนะนำให้ไปกันเป้นกลุ่มสองคนขึ้นไป ถ้านำอาหารและน้ำติดตัวไปด้วยจะดี รวมทั้งโทรศัพท์มือถือด้วย ตลอดเส้นทางมีป้ายบอกหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินทุก 100 เมตร ควรจะวางแผนและเตรียมตัวมาล่วงหน้า ในขณะที่คุณแต่งชุดครบเครื่องสำหรับการเดินทางไกลและปีนเขา ตะลุยผ่านป่าทึบกันดาร คุณอาจจะสงสัยว่าสมัยที่คนใส่ชุดกิโมโนกับรองเท้าแตะเชือกฟางนั้นเขาผ่านกันไปได้อย่างไร

ถนนคุมาโนะเก่าแตกต่างไปจากแหล่งมรดกโลกอื่น ๆ ตรงที่มันยังคึกคักมาก มีผู้คนอาศัยและทำงานอยู่ตลอดทั้งเส้นเหมือนเดิมกับที่เป็นมาหลายร้อยปีแล้ว คุมาโนะ โคโดะเป็นแหล่งมรดกโลกที่จังหวัดมิเอะแสนจะภาคภูมิใจ มีชาวตะวันตกเพียงไม่กี่คนที่ได้พิชิตทั้งเส้นทาง และแม้แต่เส้นทางที่สั้นและง่ายที่สุดก็ถือว่าเป็นยอดประสบการณ์แล้ว

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

แนะนำการแก้ไข

0
0
Nathee T

Nathee T @nathee.t

Original by Chris Glenn

แสดงความคิดเห็น