Susukino ย่านความบันเทิงของคนนอนดึก

แหล่งความบันเทิงยามราตรีที่สร้างความตื่นตาให้คุณก่อนนอน

ไหนๆมาใจกลางเมืองซัปโปโรทั้งที จะนอนเล่นอยู่เฉยๆในโรงแรมมันก็กระไรอยู่ใช่ไหมล่ะคะ เราก็ต้องใช้โอกาสนี้ออกไปสำรวจเมืองยามค่ำคืน ชมแสงสี สร้างความบันเทิงให้กับตัวเองกันสักหน่อยตามสไตล์นักท่องเที่ยวอินดี้ เอเนเจอร์ล้นเหลือ ฉะนั้นถ้าพูดถึงแหล่งความบันเทิงเพื่อคนนอนดึกใจกลางเมืองแห่งนี้แล้วจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้ นั้นคือ “ย่านซูซูกิโนะ” นั่นเอง

ย่านซูซิกิโนะ (Susukino) นี้เป็นย่านกินดื่ม เที่ยวกลางคืนที่ใหญ่ที่สุดของภาคเหนือในประเทศญี่ปุ่น และถือเป็นย่านที่คึกคักและมีชีวิตชีวาที่สุดของเมืองซัปโปโรอีกด้วย โดยอยู่ถัดลงมาทางใต้จากสวนโอโดริราวๆ 500 เมตรและอยู่รอบๆสถานีรถไฟใต้ดิน Susukino ในเวลาค่ำคืนบรรดาป้ายไฟโฆษณาบนตึกต่างๆในย่านนี้จะเปิดไฟประชันกัน สีสันละลานตาดึงดูดลูกค้ากันเต็มที่ รอบๆบริเวณนี้มีร้านอาหาร ภัตตาคาร สถานบันเทิงเริงรมย์ยามราตรี ทั้งไนต์คลับ บาร์ คาราโอเกะ สถานอาบอบนวด รวมกันมากกว่า 4,000 ร้าน!! ตั้งอยู่ในตรอกซอกซอย บางร้านก็ซ่อนอยู่ในตึกต้องขึ้นลิฟต์ไป แต่ก็มีพนักงานออกมาเรียกลูกค้าเสนอเมนูและบริการของร้านตนเองอยู่ริมถนนเต็มไปหมด

วิธีสังเกตได้ว่าคุณมาถึงย่านนี้หรือยัง สามารถสังเกตได้จากป้ายไฟโฆษณา KIRIN ตัวใหญ่ตรงหัวมุมตึก และจะมีป้ายไฟDisplay ร้านต่างๆที่สว่างไสวโดดเด่นตลอดทั้งคืน แม้จะเลยเวลาห้าทุ่มหรือเที่ยงคืนไปแล้วก็ตาม อารมณ์เหมือนกำลังเดินโฉบเฉี่ยวอยู่ในย่าน Time Square แหล่งความบันเทิงที่พลุกพล่านที่สุดของมหานคร New York กันเลย

ร้านดังในอยากจะแนะนำในย่านนี้ อาทิเช่น ร้าน Nanda บุฟเฟ่ต์ขาปูที่ให้คุณทานได้ไม่อั้นภายในเวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง (เคยได้แนะนำไปแล้ว สามารถย้อนอ่านได้ในบทความเก่าๆนะคะ) หรือจะเป็นร้าน Daruma เนื้อย่างเจงกิสข่านที่มีเอกลักษณ์ตรงที่รสชาติของเนื้อที่นุ่มลิ้น หมักด้วยสูตรลับเฉพาะ อร่อยไม่เป็นสองลองใคร ถ้าใครที่มาย่านนี้ก็ลองมาพิสูจน์ความอร่อยกันดูนะคะ รับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวัง หรืออาจจะเดินรอบๆดูร้านอื่นๆไปเรื่อยๆก่อนตัดสินใจก็ได้นะคะ แต่เชื่อว่าคุณจะต้องลายตาไปกับบรรดาป้ายไฟโฆษณาร้านต่างๆและอาจจะรู้สึกปวดหูไปสักพักเพราะเสียงเจี้ยวแจ้วเรียกลูกค้าของพนักงานแต่ละร้าน จนคุณอาจจะเลือกไม่ถูกว่าจะเข้าร้านไหนดีเลยแหละค่ะ 

แม้ย่านนี้จะเปิดดึกดื่นเพียงไร แต่ก็ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด เพราะประเทศญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่มีระบบรักษาความปลอดภัยสูง มีรถตำรวจตามจุดต่างๆทุกหัวมุมถนน และบรรดาคลับบาร์ ร้านอาหารต่างๆส่วนหนึ่งจะอยู่ชั้นบนของอาคารจะต้องขึ้นลิฟต์ไปทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินหาร้านอาหารหรือเดินเล่นชมแสงสีต่างๆได้อย่างไม่ต้องกังวล

ไฮไลท์อีกอย่างนี้ของย่านนี้คือ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีเทศกาลน้ำแข็งซูซูกิโนะ (Susukino Ice Festival) ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของงานเทศกาลหิมะ Sapporo Snow Festival ที่ทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเยี่ยมชมความสวยงามและความปราณีตของงานสลักน้ำแข็งของที่นี่จำนวนมาก

วิธีการเดินทางมาย่านนี้ก็ไม่ยากแต่อย่างไร สามารถใช้รถไฟใต้ดินสาย Namboku ลงสถานี Susukino ทางออกที่ 3 หรือ 5 (ค่าโดยสารจากสถานี Odori และ Sapporo มาลงสถานี Susukino คนละ 200 เยน) หรือนั่งรถรางมาลงสถานี Susukino ก็สามารถมาถึงย่านนี้ได้เลยทันที  หรืออีกทางเลือกหนึ่งที่ผู้เขียนทำคือการเดินค่ะ อาจจะไกลอยู่บ้าง แต่พอได้เดินชมตึก ดูวิถีชีวิตผู้คนในเมืองนี้ก็ทำให้ได้บรรยากาศที่แปลกใหม่อีกรูปแบบหนึ่ง ถ้าใครได้มาเยือนที่นี่่แล้วรับรองได้ว่าคืนนี้คุณจะเต็มอิ่มไปกับความรื่นเริงบันเทิงใจและจะเป็นค่ำคืนที่น่าจดจำไปตลอดทริปอย่างแน่นอน

  • ข้อแนะนำ ควรจะไปเดินเล่นในย่านอื่นๆก่อน เพราะโดยส่วนมากห้าง ร้านในย่านอื่นๆมักจะปิดตอน 21.00 น. แต่ย่านซูซูกิโนะนี้มักจะคึกคักตั้งแต่ 21.00 น.เป็นต้นไป ดังนั้นไปเที่ยวชมบรรยากาศที่อื่นให้หนำใจกันเสียก่อนแล้วค่อยมาพักผ่อน ชมแสงสีในย่านนี้นะคะ และไม่ต้องกลัวว่าถ้าไปเที่ยวดึกดื่นแล้วจะเดินทางกลับที่พักไม่ได้ ที่นี่มีรถไฟใต้ดินให้บริการถึงเที่ยงคืนและถ้าใครติดลม อยากอยู่ต่อยาวกว่านี้ก็สามารถเรียกแท็กซี่กลับโรงแรมก็ได้ค่ะ มีแท็กซี่จอดรอรับผู้โดยสารตลอดทั้งคืน

60
0
บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่
ช่วยเราพัฒนาเว็ปไซต์ JapanTravel.com
ให้คำติชมหรือข้อเสนอแนะ

แสดงความคิดเห็น

Thank you for your support!

Your feedback has been sent.